INSIGHT TO INVEST

เข้าใจลึกซึ้ง เข้าถึงทุกการลงทุน

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ 8 - 12 ตุลาคม 2561

โดย ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ จำกัด



หุ้นในเดือนตุลาคม มี Tail Risks อยู่ 4 ข้อ ที่จะกดดันตลาดหุ้นใน Emerging Market มองตลาดหุ้น ใน EM จะผันผวนในทิศทางขาลง

1. ราคาน้ำมันจะอยู่ในโซนสูง และมีโอกาสที่ราคาน้ำมันโดยเฉพาะ Brent มีโอกาปรับสู้ระดับ US$ 90-100 เหรียญในปี 2019 จากผลของการที่ US ได้มีการ full sanction กับ Iran 

2. การปรับตัวขึ้นราคาของ Bond Yield อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี เนื่องจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นของ fed การลดขนาดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ พันธบัตรที่หมดอายุแล้วไม่ถูก  reinvest เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น คาดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐ อาจเห็นสูงกว่า 3% ตลอดเวลาที่เหลือของปีนี้

3. สงครามการค้า ถึงแม้ว่าข้อตกลงทางการค้า NAFTA จะออกมาเป็นบวก แต่สงครามการค้าระหว่างจีน กับ USA ยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดประเทศสหรัฐ เพิ่มภาษีสินค้าจากจีน 10% จากจำนวนสินค้ากว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อาจเพิ่มภาษีเป็น 15% และอาจจะเก็บภาษี 10% บนสินค้าจากจีนเพิ่มอีก จากเดิมอีก 207,000 ล้านเหรียญ ในปีหน้า และมีโอกาสเก็บภาษี 20% จากสินค้าประเภทชิ้นส่วนรถบนต์จำนวน 300,000 ล้านเหรียญ ในปี 2019

4. วิกฤติงบประมาณขาดดุลที่อิตาลี อาจจะไม่อยู่เฉพาะในอิตาลี แต่อาจจะลุกลามไปประเทศยุโรปตะวันออก ทำให้เงิน Euro อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ US


ตลาดหุ้นอาจจะมีปัจจัยบวกบ้าง แต่ไม่เพียงพแกับการไหลของ Fund Flow

1. การที่ธนาคารจีน (PBOC) ได้ cut RRR (Required reserve Ratio) อัตราส่วนเงินทุนสำรองภาคบังคับที่ธนาคาพาณิชย์ประมาณ 1% ทำให้ RRR ของธนาคารจีนปัจจุบันอยู่ที่ 12.5 - 14.5% ส่งผลให้สภาพคล่องในระบบเพิ่มขึ้น

2. การที่ตลาดการเงินเริ่มมีการ Pricing การปรับขึ้นของ Fed Fund Rate จำนวน 4 ครั้ว ในปี 2018 (หมายความว่าตลาดการเงินได้ให้ pricing การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม 2018)


เราสามารถ Map Time Frame ดังนี้

- 5 พย. : Full sanction ของสหรัฐฯ ต่อ IRAN อาจจะทำให้เกิดการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน

- 6 พย. : การเลือกตั้งกลางเทอมของประทศสหรัฐฯ

- 26-28 พย. : การประชุม G20 ที่ประเทศอาร์เจนติน่า จะมีการหารือระหว่าประธานาธิบดี XI ของจีน และประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ 


มุมมองต่อตลาดทุน คือ  คาดการณ์ว่าราคาหุ้นของ EM จะปรับตัวลดลงอย่างมากในเดือนตุลาคมก่อนที่จะมีการ Rally ในช่วงเดือนพย. หรือ ธค. เนื่องจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐจะก่อให้เกิด Split Congress และค่าเงิน US$ มีโอกาสอ่อนตัวลง การบรรลุในสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯ ในช่วงการประชุม G20 ในปลายเดือน พย. และการที่ Fed อาจจะส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยภายหลังเดือน ธค. 2018 ไปแล้ว ส่งผลให้ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นใน EM รวมทั้งไทยด้วย