INSIGHT TO INVEST

เข้าใจลึกซึ้ง เข้าถึงทุกการลงทุน

สรุปผลตอบแทนรวมของดัชนีประเภทต่างๆ ตั้งแต่ต้นปี 2018 (17 สค. 2561)

YTD Total Return2018

August 17, 2018, อธิษฐ์ สินอยู่





ผลตอบแทนรวมของดัชนีประเภทต่างๆ ตั้งแต่ต้นปี 2018

- SET แทนหุ้นทั้งตลาดโดยเฉลี่ย
- SET50 แทนหุ้นขนาดใหญ่
- SETHD แทนหุ้นปันผลสูง(High Dividend)
- sSET แทนหุ้นขนาดกลาง-เล็ก 
- MAI แทนหุ้นขนาดเล็กมาก


จากกราฟจะเห็นได้ว่า SETHD และ SET50 นั้น outperform SET อยู่ ส่วน sSET และ MAI underperform SET อยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งตีความได้ว่าหุ้นบลูชิพ หรือหุ้นขนาดใหญ่เป็นผู้ประคองตลาดของไทยเราอยู่ 
ส่วนหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่ year-to-date ติดลบมากถึง 16% และ 19% ชัดเจนว่าเป็นผู้ฉุดตลาดลง

แต่อย่างไรก็ตาม SET Index ของเราใช้การถ่วงน้ำหนักแบบ Market Cap Weight ดังนั้นหุ้นที่มีขนาดเล็ก ก็จะมีผลต่อดัชนีเราน้อยกว่าหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้นักลงทุนที่มองผิวเผิน อาจจะเห็นว่าดัชนียังปรับตัวลงมาไม่มากนักเมื่อเทียบกับต้นปี แต่แท้ที่จริงแล้วราคาหุ้นรายตัวถูกปรับลงมามาก ซึ่งก็จะส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยที่มีหุ้นขนาดกลาง-เล็ก รวมถึงกองทุนหุ้น Mid-Small อาจมีผลตอบแทนในปีนี้ที่ค่อนข้างไม่สวยนัก

ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ SETHD ที่ outperform ที่สุด ซึ่งสาเหตุที่เอาชนะคนอื่นได้ มาจากการจ่ายปันผลที่สูง โดยเฉลี่ยมี yield ถึง 4.5% เรียกได้ว่ามีกันชนที่ดี รวมถึงราคาหุ้นที่ไม่แพง มี PE เฉลี่ยเพียง 11 เท่า ทำให้สามารถเอาชนะตลาดโดยรวมในช่วงที่ตลาดผันผวนของปีนี้ได้

กลับกันกับ sSET และ MAI ที่ underperform อย่างมากในปีนี้ ที่มี PE เฉลี่ยสูงถึง 20 เท่า และ 66 เท่า ตามลำดับ เรียกได้ว่าเกิดวิกฤตย่อยในหุ้นขนาดเล็กกันเลยทีเดียว

ส่วนในช่วงเดือน กรกฎาคม ที่ตลาดกลับตัวขึ้นมากว่า 100 จุด ตัว SETHD ก็ยังขึ้นมาได้เร็วกว่าคนอื่นเช่นกัน เนื่องจากการรีบาวน์ของหุ้นกลุ่มธนาคาร และหุ้นกลุ่มโรงกลั่นที่มีปันผลสูง ที่ถูกรวมอยู่ใน SETHD