INSIGHT TO INVEST

เข้าใจลึกซึ้ง เข้าถึงทุกการลงทุน

SET ขึ้นมาเท่านี้ กองทุนขึ้นมาเท่าไหร (17 ตุลาคม 2560)

ขณะที่ SET ขึ้นเอาๆ เรามามองดูกองทุนว่าเป็นยังไงกันบ้าง

October 17, 2017,  พิมพ์ฝัน เจียรพิพัฒนกุล


ปัจจุบัน ในประเทศไทยมีบริษัทที่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจ “การจัดการกองทุนรวม” ทั้งหมด 25 บริษัท หรือ 25 บลจ. (เข้าไปดูรายชื่อ  บลจ. ทั้งหมดได้ที่ http://bit.ly/2gehaII)
 

โดย บลจ. ที่ติดตลาด หรือนักลงทุนรู้จักส่วนใหญ่มักจะเป็น บลจ.ที่มีแบรนด์ธนาคาร เช่น บัวหลวง กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรี ทหารไทย เป็นต้น แล้วก็จะมีส่วนของ บลจ.ที่ทำด้านจัดการกองทุนโดยตรง เช่น อเบอร์ดีน แมนูไลฟ์ เอ็มเอฟซี โซลาริส วันนี้เรามาดูกันว่า ในขณะที่ปีนี้ SET ได้ปรับตัวขึ้นมาจนทุกคนต่างต้องอ้าปากค้างนั้น Performance แบบ Year To Date (YTD) ของกองทุนต่างๆนั้น จะเป็นอย่างไรกันบ้าง



นักลงทุนปรับตัวจากการซื้อหุ้น Mid-small cap ไปเป็น BIG Cap ทันหรือไม่

ปีนี้เป็นปีของหุ้น BIG CAP หรือ SET50/SET100 ไม่เหมือนปีที่ 2015-2016 ที่หุ้น Mid-Small cap Outperformed มากกว่า หากนักลงทุนทั่วไปไม่ได้ปรับตัวตาม Flow ที่ไหลเข้าหุ้นใหญ่ตั้งแต่ต้นปี Performance ของนักลงทุนทั่วไปในปีนี้ส่วนใหญ่น่าจะแพ้ตลาด โดย SET Index ต้นปี 2017 เริ่มต้นที่ 1563 จนมาถึงตอนนี้เดือนตุลาคม  SET Index ขึ้นมาอยู่เหนือ 1700 ตลาดหุ้นไทยขึ้นมา 137 จุด หรือขึ้นมา 8.8% โดยประมาณ ซึ่งตอนแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีนี้จนถึงปลายเดือนสิงหาคม ตลาดไทยซื้อขายกันในกรอบแคบมาก สูงสุดที่ 1600 จุด ต่ำสุดที่ 1528 โดยรวมๆคือปีนี้หากนับ 1563 เป็นจุดเริ่มต้น SET index Swing ในกรอบ -2% มาจนถึง +8% เราต้องตรวจสอบพอร์ทตัวเองว่า ถึงตอนนี้แล้วเราทำได้กันกี่%


ต่อไป เรามาดูกันว่า กองทุนแต่ละกองที่เรายกตัวอย่างขึ้นมาพูดถึง จะมี performance เป็นอย่างไรกันบ้าง และกองทุนเหล่านั้นทำไมถึงมี performance ที่น่าสนใจ

หุ้นที่บลจ. กรุงศรีชอบเป็นพิเศษ

TCAP WORK RS SAWAD BEAUTY เป็นบริษัทที่มีอยู่ใน Position ของ บลจ.กรุงศรีในหลายๆกอง ไม่ว่าจะเป็น กองทุนรวมหุ้นแบบ “ทั่วไป” หรือกองทุนรวมหุ้นไทย แบบ “LTF” เราลองมาดูกราฟรายเดือนของหุ้นเหล่านี้ของปี 2017 กัน





นโยบายกอง T-Privilege ของ บลจ.ธนชาตโฟกัสเพียง 10 บริษัท

กองทุนของ Thanachart ชื่อกอง T-Privilege ลงทุนในหุ้นที่แตกต่างจากกองทุนอื่นอย่างเห็นได้ชัด คือ DTAC ANAN THAI AOT PSL แต่ Performance YTD ของกอง ที่ประมาณ 24% ถือว่าทำได้ดีทีเดียว เราก็เลยลองไปดู นโยบายของกองนี้ว่าเป็นอย่างไร นโยบายการลงทุนเขียนไว้ว่า “กองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ไม่เกิน 10 หลักทรัพย์ที่คัดเลือกแล้ว”  เราเลยมาดูต่อว่าแล้วอีก 5 ตัวกองทุนนี้ถือหุ้นอะไร MEGA EA BEC MONO ROJNA สังเกตได้ว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนเดียวใน Top 10 Performance ของกองหุ้นไทยทั่วไปในปีนี้ที่มีนโยบายระบุว่า จะลงทุนไม่เกิน 10 หลักทรัพย์ ซึ่งการมีหุ้นเพียง 10 ตัวทำให้ความใส่ใจในหุ้นที่ตัวเองถืออาจจะมีมากกว่า

ASSET Plus กอง ASP-GLTF มองเห็นอะไรใน JMT / IHL / MTLS / IVL

นโยบายของกองนี้ระบุไว้ว่า “ลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ MAI โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนอาจจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured note)”
ในขณะที่ กอง ASP-LTF นั้นระบุไว้ว่า “ลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม รวมทั้งลงทุนในตราสารแห่งหนี้ และหรือเงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตลอดจนหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด”

กองทุน M-MIDSMALL ของ MFC เลือกหุ้นแตกต่างจากเจ้าอื่น แต่ตัวแรกที่ถือเน้นปลอดภัย

นโยบายการลงทุนของ M-MIDSMALL คือ “เน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยเฉลี่ยในรอบปี บัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน” และพอได้ดูเพิ่มเติมพบว่าสัดส่วน TTW ที่เป็นบริษัทขายน้ำประปา เป็นสัดส่วนถึง 10% ของกองทุนในขณะที่หุ้นตัวกลางอื่นๆ ลงในสัดส่วนที่ต่ำกว่า 4% โดย 9 ตัวถัดมาที่กองถือได้แก่ BA MACO ERW EASTW RS STEC KBANK SEAFCO BCP จะสังเกตได้ว่ามีหุ้นใหญ่อย่างเช่น KBANK และ BCP โผล่มาสองตัว ซึ่งนโยบายระยุไว้ว่าเน้นลงทุนในบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก

กองทุนของ บลจ.กรุงศรีเป็นที่นิยมของนักลงทุนทั่วไปอย่างมาก

สมมุติเราเอา ขนาดกองทุน Top 10 ของกองทุนหุ้น 3 ประเภทมารวมกัน ได้แก่ กองหุ้นทั่วไป + กอง LTF + กอง RMF จะได้ Total Fund Size = 98,000 ล้านบาทโดยประมาณ โดยในจำนวนนี้เป็นสัดส่วนของบลจ.กรุงศรีไป 69% หรือประมาณ 67,000 ล้านบาท โดยกองทุนที่ Popular ที่สุดของทั้งหมดคือ KFLTFDIV หรือ กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล ซึ่งมีขนาดของกองทุนที่ใหญ่มากที่ประมาณ 43,000 ล้านบาท นั่นเป็นตัวเลขที่นักลงทุนควรต้องให้ความสนใจมากๆ เลยทีเดียว

Note: ชื่อย่อกองทุน
 
KSAM – Krungsri Asset Management
 
THANACHART – Thanachart Fund Management
 
BBLAM – BBL Asset Management
 
MFC –MFC Asset Management
 
CPAM – CIMB Principal Asset Management
 
ASSETPLUS – Asset Plus Fund Management
 
UOBAMTH  - UOB Asset Management
 
KASSET – Kasikorn Asset Management
 
TISCOAM – TISCO Asset Management
 
TMBAM -  TMB Asset Management