INSIGHT TO INVEST

เข้าใจลึกซึ้ง เข้าถึงทุกการลงทุน

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (26-30 มีนาคม 2561)

โดย ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ จำกัด

  • มองว่าการที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์ได้ประกาศการเพิ่มภาษีกว่า 25% บนสินค้านำเข้าจากจีน ภายใต้มาตรา301 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภท Hi-tech กว่า 200 ชนิด เป็นจำนวนมูลค่ากว่า 60,000 ล้านเหรียญฯ มาตรการดังกล่าวมีผลต่อ GDP จีนเพียง 0.1-0.2% เนื่องจากจีนส่งออกกว่า 2.2 ล้านๆ เหรียญฯ ทั่วโลก
  • มองว่าจีนอาจจะมีการเจรจาและต่อรองกับสหรัฐฯ หรืออาจจะตอบโต้สหรัฐฯ โดยเริ่มจาก
  • จีนจะสั่งซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ เช่น สินค้าเกษตร และจีนได้ลดภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ กว่า 200 ชนิด ตั้งแต่รถยนต์จนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค
  • -  จีนจะมีมาตรการปกป้องสินค้าประเภททรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มขึ้น
  • - จีนจะเปิดให้ต่างชาติลงทุนทางด้านการเงิน และการบริการเพิ่มขึ้น เช่น ภาคโรงพยาบาล ภาคการศึกษา และการท่องเที่ยว
  • - จีนอาจส่งออกไปประเทศอื่นที่ไม่โดนมาตรการภาษีจากสหรัฐ เช่น ประเทศในอาเซียน และอาศัยการส่งออกประเภท Redirect ไปสู่สหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น
  • สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนครั้งนี้ ยังถือว่าเป็นแค่หมัดแย๊บ ไม่ใช่หมัดน็อค และยังมองว่าผลต่อตลาดทุนจะยังคงเป็นแค่ชั่วคราว และมองว่าการที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการดังกล่าวส่งผลดีต่อไทยในบางรายการ เช่น การส่งออกของแผงโซล่าร์เซลล์จากไทยไปสหรัฐ ใน 3 - 4 ปีที่ผ่านมา
  • ยังคงมองว่าตลาดหุ้นไทยจะมี Mid-Year Rally จาก Tactical Asset Allocation นักลงทุนที่ลงทุนตลาดพันธบัตร ตลาดเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนติดลบ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2009 จึงทำให้คาดการณ์ว่าเม็ดเงินใหม่ประเภท Active Fund จะไม่เลือกลงทุนในตลาดพันธบัตร แต่เลือกลงทุนในหุ้น