INSIGHT TO INVEST

เข้าใจลึกซึ้ง เข้าถึงทุกการลงทุน

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (19 - 23 กุมภาพันธ์ 2561)

โดย ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ จำกัด

  • ยังคงมุมมองว่าตลาดหุ้นไทยเป็นแค่ Correction ใน Bull Market
  • มุมมอง คือ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐมาถึงระดับ 3% ซึ่งเป็นระดับที่อาจไม่สามารถยืนได้ในระยะสั้น แต่ Real Bond Yield ยังต่ำอยู่ ซึงจะทำให้ตลาดทุนหยุดการปรับฐาน
  • Level ของ Bond Yield สหรัฐ 10 ปี ที่สำคัญที่จะทำให้มีการ Sell off ครั้งใหญ่ของตลาดทุนคือ 3.5-4.0% ในขณะที่ Bond Yield 10 ปี ของไทยยังคงอยู่ที่ 2.4-2.5% ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไทยยังคง Outperform เมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว เนื่องจากการเติบโตของสภาพคล่องภายในผ่านฐานเงินอย่างกว้างหรือ M2 เติบโตมาสู่ระดับ 5.3% ซึ่งมากที่สุดในรอบ 2 ปี
  • ตลาดหุ้นโลกยังคงอยู่ใน Mode ของ Rotation จากพันธบัตรมาสู่หุ้น ตลาดพันธบัตรทั่วโลกยังคงเห็นเงินไหลออกจำนวนมาก ในขณะที่นักลงทุนต่างประเทศขายพันธบัตรระยะยาวของไทยกว่า 1.3 พันล้านบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ซื้อพันธบัตรระยะสั้นกว่า 1.6 พันล้านบาท
  • ตลาดหุ้นไทยได้ปรับเปลี่ยน Mode จาก Healthy Correction (ถ้าปรับฐานเพื่อนำไปสู่ตลาดขาขึ้น) มาสู่ Mode ของ Sideway และมีโอกาสเป็นไปได้ว่าอาจจะปรับฐานสิ้นสุดชั่วคราวไปแล้ว แถว 1750 ในช่วงสั้น แต่จุดซื้อที่ดีที่สุดคือ แถว 1700-1720 แต่การ Rally ที่แท้จริงยังไม่ปรากฏจนกระทั่งต้องมี Catalyst ที่สำคัญจาก Policy ของ Fed ที่อาจจะมีสัญญาณเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส2 นี้
  • การที่ Bond Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น และ ค่าเงิน US$ ที่อ่อนค่าลงเป็นสัญญาณฟื้นตัวของ Global Recovery ค่าเงิน US$ อาจจะ Downside ที่ 85 ของ DXYO
  • โดยปกติ หุ้นที่มีปันผลดีที่อยู่ใน SET High Dividend จะให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยประมาณ 3% นับตั้งแต่ปี 2011
  • เมื่อเราศึกษาการลงทุนในดัชนี SET Index ผลตอบแทนมักจะเป็นบวกกว่า 92% ของเวลา เมื่อดัชนี SET Index ซื้อขายในระดับ PE(X) Forward ที่ต่ำกว่า 14.1 เท่า
  • มุมมองให้สะสมหุ้นที่มีปันผลดีในกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร