INSIGHT TO INVEST

เข้าใจลึกซึ้ง เข้าถึงทุกการลงทุน

มุมมอง ดร.วิศิษฐ์ (30 เมษายน - 4 พฤษภาคม 2561)

โดย ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ จำกัด


  • มุมมองตลาดหุ้นในเดือน พ.ค. และไตรมาส 2 จะเป็นโอกาสที่ Buy in May มากกว่า Sell in May and go away ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจสุ่มเสี่ยงที่จะถูกทำกำไรอีกรอบ โดยที่ US$ อาจจะปรับตัวแข็งค่าขึ้นชั่วคราว Key Level ที่สำคัญคือค่าเงิน Eur/US$ ที่ 1.2010 จะบ่งบอกทิศทางของ Fund Flow ถ้าค่าเงิน US$ แข็งค่ากว่าค่านี้มาก จะเห็น Fund Flow ไหลออกจาก Emerging Market อย่างมีนัยสำคัญ การที่ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ อาจจะมีการนำเสนอรายชื่อสินค้าที่มีการเพิ่มภาษีนำเข้าจากประเทศจีนมูลค่ากว่า 100,000 ล้านเหรียญฯ ซึ่งอาจจะทำให้ตลาดหุ้นมีการผันผวนอย่างหนักอีกครั้งในเดือน พ.ค. แต่มองว่าเป็นโอกาสซื้อหุ้นไทยในช่วงระยะเวลาที่มีข่าวร้ายดังกล่าวออก เพราะคาดว่ารายชื่อสินค้าดังกล่าวอาจจะไม่มีการบังคับใช้                                                                                                                                                                                         
  • ราคาน้ำมัน Brent ได้ขึ้นมาสู่ระดับ US$ 75 ต่อ Barrel หรือเพิ่มขึ้นกว่า 66% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน มุมมองคือ ราคาน้ำมันอาจจะ Sideway ในช่วงสั้น แต่จะไม่มี Major Crash
  • ยังคงมองตลาดหุ้นไทยจะมี Mid-Year Rally ในช่วงปลายไตรมาส 2 โดยมี Catalysts ที่สำคัญคือ การที่ธนาคารกลางของประเทศใน Emerging Market เช่น จีน ยังคงมีมุมมองที่ผ่อนคลาย (ผ่านนโยบายการลด Required Reserve) การที่ตัวเลขเงินเฟ้อยังไม่กดดันมาก (ทั้ง ๆ ที่ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาก) การที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกยังคงมี Room ในการซื้อหุ้นเพิ่มจากสัดส่วนเงินสดที่ยังคงมีเหลืออยู่มากและการที่ประเทศไทยจะมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจกลางปีประมาณ 150,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบรักษาการเติบโตเศรษฐกิจ 100,000 ล้านบาท และงบชดใช้เงินคงคลังประมาณ 50,000 ล้านบาท
  • มอง พ.ร.บ. ส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ พ.ร.บ. พีพีพี สัมปทานสนามบินอู่ตะเภา และความชัดเจนของการเลือกตั้งจะเป็น Game Changing สำหรับตลาดหุ้นไทย
  • หุ้นที่มีผลประกอบการดีเด่นจะ Outperform หุ้นที่มีการ Spike ของ Open Interest ใน SSF จะ Outperform